BAKA Begins เปิดเทศกาลงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ – จุฬาฯ ครั้งที่ 73 เดิมมีชื่อเดิมที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ เปิดเทศกาลงานบอล หรือ เปิดเทศ โดยปกติทุกปีจะถูกจัดขึ้น ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มนิสิตปัจจุบัน เพื่อให้ตระหนักถึงการเริ่มต้น ของงานฟุตบอลประเพณีฯ สำหรับในปีนี้มีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มนิสิตปัจจุบันและคนทั่วไป เพื่อให้สามารถเข้าถึงงานฟุตบอลประเพณีฯ ได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากงานฟุตบอลประเพณีฯ ในปีนี้ ต้องการเสนอแนวคิด “ลดช่องว่าง สร้างสังคม” ซึ่งเป็นกิจกรรมจาก CSR ที่ใช้ SoundCloud เป็นตัวเชื่อมคนแต่ละกลุ่มเข้าหากันอย่างเท่าเทียม และเพื่อประโยชน์ให้ทุก ๆ คนได้รับความรู้ได้อย่างทั่วถึงเพื่อพัฒนาตนเอง
จากการประสานงานระหวาง Siam Innovation District และ I SEE U
Contemplative Care ได้เล็งเห็นถึงปัญหาความสัมพันธ์ของคน ในสังคมยุคสมัยใหม่ที่
มุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งหลงลืม การดูแลจิตใจตนเอง และคนรอบข้าง จน
ก่อให้เกิดเป็น โจทย์ท้าทายมากขึ้น ในวันที่เราเจ็บป่วย จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยกัน
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยความร่วมมือกัน ระหว่าง SID และ I SEE U จึงได้มีการริเริ่ม
โครงการจัดอบรมเชิงปฎิบัติการ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะใน
การสื่อสาร และการเป็นผู้ฟังที่ดี ผ่านการอบรมเป็นระยะเวลา 3 วัน (เดือนละครั้ง เป็น
เวลา 3 เดือน) เพื่อให้จิตอาสาได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองและแบ่งปันช่วง
เวลาคุณภาพให้กับผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือทางด้านความสัมพันธ์
จากการประสานงานระหว่าง Siam Innovation District และ insKru ได้
เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการพัฒนาการ รูปแบบการเรียนรู้ในห้องเรียนว่า
ส่วนสำคัญ ในการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพแผ่นดินตามเป้าหมายของจุฬาฯ จึงจัดกิจกรรมครูเอทีฟ x ครูวิทย์
เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ให้กับครูรุ่นใหม่ ในการนำเครื่องมือไปใช้ในการออกแบบการเรียนการสอน และสร้าง
เครือข่ายครูวิทยาศาสตร์

เนื่องจาก SHIPNITY ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการที่ทำการค้าขายได้เติบโตมากขึ้น แต่ว่าการเติบโตที่มากเกินไปกลับส่งผลเสียต่อธุรกิจเพราะการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ เช่น จัดการร้านด้วยการเขียนมือ Manual การไม่ทราบสต็อกสินค้าทำให้จัดการออเดอร์สินค้าผิดพลาด การไม่มีระบบตัวแทนจำหน่ายทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงจากตัวแทนด้วยกัน เป็นต้น ฯลฯ
การนำระบบเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการช่วยบริหารจัดการธุรกิจ จะเป็นส่วนช่วยทำให้ธุรกิจของผู้ประกอบการสามารถเดินไปข้างหน้าได้ด้วยดี ช่วยให้ทุกอย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น ช่วยให้สามารถวางแผนธุรกิจและการตลาดได้แม่นยำขึ้น โดยเสียทรัพยากรน้อยลง แต่ได้ประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น
ดังนั้น SHIPNITY จึงเข้ามามีบทบาทส่วนนี้และสอนการอบรมการใช้งานของระบบแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบซอฟต์แวร์ของเราและนำไปใช้ประโยชน์ต่อธุรกิจของพวกเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Enterprise Lab มีเป้าหมายที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาจำนวนบุคลากรทางด้าน software ของประเทศไทยทั้ง ใน
เชิงประมาณและคุณภาพ ผ่านการจัดกิจกรรม Hackathon (แฮ็คคาธอน) ที่จะทำให้ผู้พัฒนา software จากแขนงต่าง ๆ
ได้มาพบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่านการสร้างผลงานทาง software ซึ่งในโครงการที่กำลังเสนอนี้ ทาง
Enterpeise Lab ได้ร่วมจัดกิจกรรม กับทาง Aroii (ธุรกิจ startup ทางด้านอาหารของนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาฯ) จากการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้เช่นเดียวกัน และเล็งเห็นว่าประเทศไทยนั ้นมีชื่อ
เสียงด้านอาหารที่หลากหลาย และมีธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารมากมายในประเทศ จึงได้เกิดมุมมองที่อยากจะสนั บสนุนให้มี
การนำความรู้ทางด้าน software มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีทางด้านอาหารให้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ Enterprise Lab และ Aroii จึงมีความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมแฮ็คคาธ
อนในกลุ่มธุรกิจอาหาร “Food Tech Hackahton 2019” กับทางโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam
Innovation District) หรือ SID เพื่อให้เหล่านักพัฒนา software ได้มารวมตัวกันใจกลางเมือง และช่วยกันระดมความ
คิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาที่เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับอาหารต้องประสบ และพัฒนาให้วงการ
เทคโนโลยีทางด้านอาหารของประเทศไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เกิด Community
ระหว่างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศอีกด้วย
Enterprise Lab มีเป้าหมายที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาจำนวนบุคลากรทางด้าน software ของประเทศไทยทั้ง ใน
เชิงประมาณและคุณภาพ ผ่านการจัดกิจกรรม Hackathon (แฮ็คคาธอน) ที่จะทำให้ผู้พัฒนา software จากแขนงต่าง ๆ
ได้มาพบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่านการสร้างผลงานทาง software ซึ่งในโครงการที่กำลังเสนอนี้ ทาง
Enterpeise Lab ได้ร่วมจัดกิจกรรม กับทาง Aroii (ธุรกิจ startup ทางด้านอาหารของนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาฯ) จากการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้เช่นเดียวกัน และเล็งเห็นว่าประเทศไทยนั ้นมีชื่อ
เสียงด้านอาหารที่หลากหลาย และมีธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารมากมายในประเทศ จึงได้เกิดมุมมองที่อยากจะสนั บสนุนให้มี
การนำความรู้ทางด้าน software มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีทางด้านอาหารให้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ Enterprise Lab และ Aroii จึงมีความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมแฮ็คคาธ
อนในกลุ่มธุรกิจอาหาร “Food Tech Hackahton 2019” กับทางโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam
Innovation District) หรือ SID เพื่อให้เหล่านักพัฒนา software ได้มารวมตัวกันใจกลางเมือง และช่วยกันระดมความ
คิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาที่เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับอาหารต้องประสบ และพัฒนาให้วงการ
เทคโนโลยีทางด้านอาหารของประเทศไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เกิด Community
ระหว่างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศอีกด้วย
Enterprise Lab มีเป้าหมายที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาจำนวนบุคลากรทางด้าน software ของประเทศไทยทั้ง ใน
เชิงประมาณและคุณภาพ ผ่านการจัดกิจกรรม Hackathon (แฮ็คคาธอน) ที่จะทำให้ผู้พัฒนา software จากแขนงต่าง ๆ
ได้มาพบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่านการสร้างผลงานทาง software ซึ่งในโครงการที่กำลังเสนอนี้ ทาง
Enterpeise Lab ได้ร่วมจัดกิจกรรม กับทาง Aroii (ธุรกิจ startup ทางด้านอาหารของนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาฯ) จากการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้เช่นเดียวกัน และเล็งเห็นว่าประเทศไทยนั ้นมีชื่อ
เสียงด้านอาหารที่หลากหลาย และมีธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารมากมายในประเทศ จึงได้เกิดมุมมองที่อยากจะสนั บสนุนให้มี
การนำความรู้ทางด้าน software มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีทางด้านอาหารให้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ Enterprise Lab และ Aroii จึงมีความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมแฮ็คคาธ
อนในกลุ่มธุรกิจอาหาร “Food Tech Hackahton 2019” กับทางโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam
Innovation District) หรือ SID เพื่อให้เหล่านักพัฒนา software ได้มารวมตัวกันใจกลางเมือง และช่วยกันระดมความ
คิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาที่เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับอาหารต้องประสบ และพัฒนาให้วงการ
เทคโนโลยีทางด้านอาหารของประเทศไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เกิด Community
ระหว่างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศอีกด้วย
จัดขึ้นโดย HONGIK UNIVERSITY ประเทศเกาหลีใต้ และสาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย