
การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยองค์การสหประชาชาติได้ประกาศเป้าหมายในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ไว้ 17 หัวข้อ เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาสังคมอย่างมีเป้าหมาย สำหรับประเทศไทย หัวข้อเรื่องการสร้างเมืองให้มีความยั่งยืน (Sustainable Cities) กำลังเป็นความท้าทายที่มีความสำคัญ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม กลุ่มศิษย์เก่านักเรียนไทยในสวีเดน สถาบัน Swedish Institute และสถานทูตสวีเดนในประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงสำคัญของประเด็นนี้ และมีพันธกิจร่วมในการสร้างสรรค์เมืองที่มีความยั่งยืน จึงได้ริเริ่มโครงการ Sustainable Cities Workshop เพื่อเผยแพร่ความรู้ ระดมความคิดเห็นในการสร้างเมืองที่ยั่งยืน ผ่านการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ระยะเวลาครึ่งวัน เพื่อให้บุคคลที่สนใจ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาเมือง เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้และระดมความคิดเห็น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เกิด community ของผู้ที่สนใจเรื่องการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรมอีกด้วย
โดยในครั้งนี้ ทีมผู้จัดได้เลือกประเด็นเรื่องการรับมือน้ำท่วมมาเป็นหัวข้อหลักในการสัมมนา ซึ่งเป็นผลจากการจัดการน้ำของเมือง เชื่อมโยงถึงเรื่องสถาปัตยกรรมผังเมือง การจัดการขยะ และองค์ประกอบต่างๆในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

จากการประสานงานระว่าง Siam Innovation District และ BASE Playhouse ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้เป็นเสาหลักของแผ่นดินตามเป้าหมายของจุฬาฯ และต้องการที่จะให้นิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้มีส่วนช่วยผลักดันให้องค์ความรู้ด้านธุรกิจและทักษะที่จำเป็นสามารถ่ายทอดไปยังเยาวชน ด้วยการร่วมมือกันระหว่าง SID และ BASE จึงได้จัดโครงการที่สร้างความตระหนักในเรื่องทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
– ผู้ปกครองเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการที่เด็กยุคใหม่ต้องมีทักษะดังกล่าว
– เด็กเพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักและฝึกฝนให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอด
– ครู อาจารย์ผู้สอน เพื่อให้แบ่งปันวิธีการออกแบบการสอนที่จะช่วยให้สามารถส่งเสริมการสร้างทักษะได้อย่างแท้จริง
โครงการดังกล่าวประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
ส่วนแรกการบรรยายให้กับผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ตลอดจนบุคคลทั่วไป ถึงความสำคัญของทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
ส่วนที่สองเป็นกิจกรรม workshop โดยมุ่งหวังให้เยาวชนเกิดความตระหนักในด้านการพัฒนาตนเองควบคู่ไปกับด้านคุณธรรมจริยธรรม
ส่วนที่สามเป็นกิจกรรม workshop ด้าน Instructional Design เพื่อแบ่งปันเครื่องมือให้ผู้สอนสามารถนำไปใช้สร้างวิธีการสอนเพื่อให้เกิดการฝึกฝนทักษะได้อย่างแท้จริง

เนื่องด้วยข้าพเจ้านายนวัทตกร อุมาศิลป์ นิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการจัดทาวิทยานิพนธ์ภายใต้หัวข้องานวิจัย นวัตกรรมสิ่งทอจากเส้นใยดาหลาสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์โดยใช้ทฤษฏีความยั่งยืน (INOVATIVE TEXTILES FROM ETLINGERA ELATIOR FIBER TO FASHION LIFESTYLE PRODUCT UTILIZING SUSTAINABLE THEORY) เพื่อให้กระบวนการดาเนินการตามกระบวนการของหลักสูตรปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจาเป็นจะต้องจัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเงื่อนไขการสาเร็จการศึกษา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานวิจัยในสาขานฤมิตศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) และอันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ในรูปแบบของนิทรรศการแสดงผลงานและการแสดงผลงานแฟชั่นโชว์ รายละเอียดการจัดแสดงประกอบด้วย ผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกาย จำนวน 9 ชุด เครื่องประกอบเครื่องแต่งกาย จำนวน 15 ชิ้น
ในการนี้จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานของท่าน เพื่อขอใช้สถานที่จัดงานและเตรียมงานดังกล่าว ณ SIAM INNOVATION DISTRICT ชั้น 3 ได้แก่ พื้นที่ห้องประชุมเพื่อทำการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และพื้นที่จัดแสดงผลงาน

เนื่องด้วยข้าพเจ้านายนวัทตกร อุมาศิลป์ นิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการจัดทาวิทยานิพนธ์ภายใต้หัวข้องานวิจัย นวัตกรรมสิ่งทอจากเส้นใยดาหลาสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์โดยใช้ทฤษฏีความยั่งยืน (INOVATIVE TEXTILES FROM ETLINGERA ELATIOR FIBER TO FASHION LIFESTYLE PRODUCT UTILIZING SUSTAINABLE THEORY) เพื่อให้กระบวนการดาเนินการตามกระบวนการของหลักสูตรปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจาเป็นจะต้องจัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเงื่อนไขการสาเร็จการศึกษา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานวิจัยในสาขานฤมิตศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) และอันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ในรูปแบบของนิทรรศการแสดงผลงานและการแสดงผลงานแฟชั่นโชว์ รายละเอียดการจัดแสดงประกอบด้วย ผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกาย จำนวน 9 ชุด เครื่องประกอบเครื่องแต่งกาย จำนวน 15 ชิ้น
ในการนี้จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานของท่าน เพื่อขอใช้สถานที่จัดงานและเตรียมงานดังกล่าว ณ SIAM INNOVATION DISTRICT ชั้น 3 ได้แก่ พื้นที่ห้องประชุมเพื่อทำการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และพื้นที่จัดแสดงผลงาน

เนื่องด้วยข้าพเจ้านายนวัทตกร อุมาศิลป์ นิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการจัดทาวิทยานิพนธ์ภายใต้หัวข้องานวิจัย นวัตกรรมสิ่งทอจากเส้นใยดาหลาสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์โดยใช้ทฤษฏีความยั่งยืน (INOVATIVE TEXTILES FROM ETLINGERA ELATIOR FIBER TO FASHION LIFESTYLE PRODUCT UTILIZING SUSTAINABLE THEORY) เพื่อให้กระบวนการดาเนินการตามกระบวนการของหลักสูตรปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจาเป็นจะต้องจัดแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเงื่อนไขการสาเร็จการศึกษา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานวิจัยในสาขานฤมิตศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) และอันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ในรูปแบบของนิทรรศการแสดงผลงานและการแสดงผลงานแฟชั่นโชว์ รายละเอียดการจัดแสดงประกอบด้วย ผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกาย จำนวน 9 ชุด เครื่องประกอบเครื่องแต่งกาย จำนวน 15 ชิ้น
ในการนี้จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานของท่าน เพื่อขอใช้สถานที่จัดงานและเตรียมงานดังกล่าว ณ SIAM INNOVATION DISTRICT ชั้น 3 ได้แก่ พื้นที่ห้องประชุมเพื่อทำการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และพื้นที่จัดแสดงผลงาน
ด้วย ศูนย์อาเซียนศึกษา และ ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ The Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ERIA) ร่วมกันจัดหารือและอภิปรายในหัวข้อ
- Harnessing New Technologies for Progress, Resiliency and Sustainability
- Enhancing ASEAN Resiliency and Sustainability
- Energy Security, Sustainability and Affordability
- Leave No One Behind
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานศึกษาค้นคว้า/วิจัยประเด็นเรื่องอาเซียน อีกทั้งยังเป็นเวทีคลังสมองแหล่งวิชาการสร้างองค์ความรู้เรื่องอาเซียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเผยแพร่ความรู้สู่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมประเทศและภูมิภาค เพื่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณะชนตลอดจนผู้สนใจต่อไป