
As the ASEAN integration is approaching, the emphasis on human development
has become crucial. Citizens of Thailand are expected to have leadership,
analytical skills, and sufficient English proficiency in order to drive the country to
positive changes.
Therefore, the project “From Learners to Leaders” are launched by fellows of
Teach for Thailand foundation to be part of the movement that helps develop
Thai students. 20 students with potentials, yet lacked of financial support, are
selected from five different schools to participate in this project. A pre-departure
camp is provided to prepare them with necessary leadership skills such as public
speaking and decision-making. The highlight activities will be in Singapore where
they visit educational centers, go through instructive English/Science missions,
explore exciting destinations, and experience new culture from their host
families. After the field trip, students are expected to adapt what they have
learned to conduct their own community projects.
มูลนิธิ Saturday School มีวิสัยทัศน์ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและเติบโตไปพร้อมกับ
สังคมที่เกื้อกูลชีวิตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความเชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถพัฒนาได้และพวกเขาทุกคนจะประสบความสำเร็จได้
เมื่อบุคคลรอบข้างมองเห็นศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตลอดเวลาที่เราได้ดำเนินโครงการ Saturday School
เป็นระยะเวลากว่า 3 ปีผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกหลักสูตร จากการรวมกันระหว่างมูลนิธิโรงเรียน ชุมชน หน่วยงาน
ต่างๆ และที่สำคัญ คือกลุ่มครูอาสาสมัคร ทำให้เกิดหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า เมื่อเด็กๆได้รับกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมบน
พื้นที่ที่เอื้ออำนวนให้เกิดการเรียนรุ้ จะทำให้นักเรียนมีความเชื่อว่า ตนเองสามารถพัฒนาได้ และเพื่อให้การจัดกิจกรรมของ
โครงการ Saturday School เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการและเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กับ
นักเรียน ทางคณะทำงานจึงได้จัดตั้งโครงการ Saturday School Student ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริม
สนับสนุน และช่วยเหลือนักเรียนที่มีความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาะตนเองอย่างต่อเนื่อง และบรรลุถึงเป้าหมายของชีวิตตามที่
พวกเขาต้องการโดยปราศจากข้อจำกัดทางเสรษฐกิจและสังคม
by Startup Thailand
ที่ผ่านมาHandUp Volunteer เครือข่ายอาสาสมัครโพรโบโน่ได้จัดโครงการอาสาสมัครพัฒนาองค์กรภาคสังคม
ไปแล้วไม่งานต่ำกว่า 60 โครงการโดยเคยทำร่วมกับองค์กรภาคสังคมมาแล้วมากกว่า 70 องค์กรในประเทศไทย มีบุคคลจาก
ภาคธุรกิจที่เคยสมัครเข้าร่วมโครงการกับเราแล้วกว่า 1700 คน เป้าหมายของ HandUp คือการสร้างความร่วมมือร่วมกัน
พัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอย่าง”มีประสิทธิภาพ”และ”ยั่งยืน” อีกทังยังต่อยอดความสามารถให้เกิดประโยชน์ระยะยาวทั้ง
ต่ออาสาสมัครที่เข้าร่วม และต่อองค์กรภาคสังคมที่เราทำงานด้วยสืบไป ด้วยเหตุนี้ HandUp Volunteer
จึงมีโครงการที่จะจัดกิจกรรม Society Avengers : Uniting For Change ขึ้นในวัน
อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 เพื่อที่เป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรภาคสังคม แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง
อาสาสมัครดวยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงให้คำปรึกษา ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงกาารอาสาสมัคร
Pro Bono ให้แก่ อาสาสมัครที่เข้าร่วมการสัมมนาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการอาสาสมัคร และเพื่อ
เผยแพร่งานอาสาสมัคร Pro Bono ผ่านการอบรมเป็นระยะเวลา 1 วัน
ระบบ Odoo ERP เป็นระบบในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร
โดยมีต้นกำเนิดจากประเทศเบลเยี่ยม โดยระบบ Odoo
สามารถช่วยให้การบริหารธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้าน Procurement, Sales, CRM, Warehouse,
Accounting, Manufacturing, Point of Sales และ Project
Management รวมไปถึงกับการ Integrate ร่วมกับ Technology ใหม่ๆ ในปัจจุบัน เช่น Mobile Application,
Cloud System, Social Network ซึ่งปัจจุบัน Odoo
ได้รับความนิยมอย่างสูงในแถบทวีปยุโรป อเมริกา และเริ่มเติบโตในทวีปเอเชีย โดยปัจจุบัน ระบบ Odoo
พัฒนามาถึง version 12 โดยประกอบไปด้วย Odoo Enterprise Edition และ Odoo Community Edition
ระบบ Odoo มีวิวัฒนาการมาจากระบบ Open ERP
ซึ่งจากจุดเริ่มต้นที่พัฒนาบนแนวคิดของซอฟท์แวร์ระบบเปิด (Open Source) ซึ่งเปิดโอกาสให้สามารถนำ code
ไปใช้งานต่อได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และปราศจากค่าลิขสิทธิ์ หรือปัจจุบันคือ Odoo Community Edition
ในขณะที่ Odoo Enterprise Edition นั้น ทาง Odoo มีการคิดค่าบริการในการใช้งานในรูปแบบ subscription
ด้วยการนำเสนอรูปแบบของ user interface และ mobile application
Odoo Community Association (OCA) เป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ใช้งานและผู้พัฒนาระบบ Odoo
เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ สนับสนุนในการใช้งาน เป็นชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้การใช้งาน และร่วมพัฒนา
ระบบ Odoo บน Community Edition ซึ่งวิสัยทัศน์ของ OCA นั้น เป็นองค์กรที่ไม่เเสวงหาผลกำไร
มีความมุ่งหวังให้ผู้ใช้งานระบบและผู้พัฒนาได้รับความรู้ และบริการอย่างเต็มที่เเละสนับสนุนการพัฒนา Odoo
อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน OCA ยังได้มีการจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ อาทิ เช่น ข้อมูลทางการเงิน sourcecode
ข้อกฎหมาย และการแปลภาษาของระบบ ให้กับตัว Odoo Open Source Community ซึ่งผู้ใช้งานระบบ
และนักพัฒนาสามารถนำไปใช้ได้ รวมไปถึงเเหล่งข้อมูลความรู้อื่นๆ ที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์
นอกจากนั้นยังจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ แบ่งปันความรู้ และ Code Sprint อย่างต่อเนื่อง
และได้ขยายผลไปในประเทศต่างๆ อาทิ เช่น สหรัฐอเมริกา สเปน เยอรมัน อินเดีย เป็นต้น
OCA Thailand จึงถือกำเนิดขึ้น โดยเป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ใช้งานและผู้พัฒนาระบบ Odoo
ในประเทศไทย เพื่อเป็นชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้การใช้งาน และร่วมพัฒนา ระบบ Odoo บน
Community Edition ให้ตรงกับการใช้งานในประเทศไทย อีกทั้งยังเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์
และสนับสนุนในการใช้งานระบบ Odoo ให้กว้างขว้างยิ่งขึ้น
โดยมีเป้าหมายเเละภารกิจที่จะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันในการพัฒนา Odoo โดยได้รับการอนุมัติการใช้ชื่อ
OCA Thailand อย่างเป็นทางการจาก OCA Steering Committee Board
และได้ริเริ่มในการรวมกลุ่มเพื่อจัดกิจกรรม meet up ครั้งแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ
บริษัท ทรีนิตี้ รูทส์ จำกัด โดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 18 คน และเริ่มจัดตั้งกลุ่ม Line ในการรวบรวมผู้ใช้งาน
นักพัฒนาระบบ และผู้ที่สนใจใช้งานระบบ Odoo โดยปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก จำนวน 310 User (ข้อมูล ณ วันที่
20 มิถุนายน 2562
เพื่อเป็นการขยายผล กลุ่มผู้จัดตั้ง OCA Thailand
จึงได้แนวคิดที่จะจัดงานพบปะของชุมชนผู้ใช้งานและนักพัฒนาระบบ Odoo เพื่อเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์
สนับสนุนในการใช้งาน เป็นชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้การใช้งาน และร่วมพัฒนา ระบบ Odoo บน
Community Edition ในประเทศไทย ครั้งที่ 1 ในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 18:00 – 21:00 น.
โดยมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆ วันพุธที่ 3 ของเดือน เพื่อเกิดการสร้างเครือข่าย OCA Thailand
ขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นับเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วทุกลุ่ม I SEE U Contemplative Care ได้เปิด
การอบรมอาสาสมัครเพิ่อออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้ายตามโรงพยาบาลและ
ชุมชนต่างๆ ซึ่งใช้เวลาอบรม 3 วัน 2 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาจะเปิดรับสมัคร
จิตอาสาทางออนไลน์ และเมื่อจบการอบรมแลวมักจะได้จิตอาสาที่สามารถทำงานอาสา
ต่อเนื่องเหลือเพียง 20 เปอรเซนต์
ในครั้งนี้ทางกลุ่มจึงมีการปรับวิธีการรับสมัครและคิดสรรเลือกอาสาสมัคร
I SEE U รุ่นที่ 10 ในรูปแบบใหม โดยผู้สมัครต้องมาแสดงตัวผ่านกิจกรรมเรียนรู้ซึ่งกัน
และกันก่อนการเขาอบรมจริง (ซึ่งจะจดขึ้นในวันที่ 30 สค.- 1 กย. 2562 ที่มูลนิธิธรรม
สถานว่องวานิช โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย) เพื่อให้ได้อาสาสมัครที่มีแนวความคิดร่วมกัน